หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Pages: [1]   Go Down

Author Topic: “คลิกทุกครั้งต้องจ่ายตังค์”จะเป็นจริงในไทยหรือไม่?  (Read 1893 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

“Pay per click” กำลังเป็นเรื่องที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตให้ความสนใจ โดยมีข่าวว่าเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกเสนอให้มีการแก้ไขในข้อบังคับโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Regulations : ITRs)

ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับ ITRs นั้น เนื้อหาบางส่วนในเอกสารของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จากงานเสวนา NBTC Public Forum ครั้งที่ 9 เผยไว้น่าสนใจว่า ITRs เป็นข้อบังคับทั่วไปในเรื่องหลักการ และการปฏิบัติการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เช่น การเชื่อมต่อระหว่างประเทศ การทำงานร่วมกันของโครงสร้างโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เป็นต้น

“ถือเป็นข้อบังคับระหว่างประเทศ และเป็นกรอบนโยบายสากลที่ประเทศสมาชิกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จะใช้เป็นกรอบในการจัดทำกฎ ระเบียบด้านนโยบาย และการกำกับดูแลการให้บริการโทรคมนาคมให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ดังนั้น การแก้ไข ITRs จึงมีความสำคัญ สำหรับ ITRs ฉบับปัจจุบันได้มีการพิจารณาแก้ไขครั้งล่าสุดเมื่อ ปี ค.ศ.1988”

ส่วน ขั้นตอนการพิจารณาการแก้ไข ITRs นั้น มีเอกสารของสำนักกิจการระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เผยไว้น่าสนใจว่า ITU ได้จัดตั้งคณะทำงานภายใต้สภาบริหาร เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุม  World Conference on International Telecommunications 2012 : WCIT-12) โดยมีหน้าที่สำคัญประการหนึ่ง คือ การรวบรวม และพิจารณาข้อเสนอจากประเทศสมาชิก และได้จัดทำขึ้นเป็นเอกสาร Draft of the Future ITRs โดย ITU เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนสามารถเสนอความเห็นต่อเอกสาร Draft of the Future ITRs ผ่านเว็บไซต์ของ ITU

ทั้งนี้ ตามปกติการเสนอข้อเสนอ จะเสนอในนามของประเทศสมาชิก และเพื่อให้ข้อเสนอของประเทศตนมีเสียงสนับสนุนเพียงพอ แต่ละประเทศจะเสนอผ่านเวทีระดับภูมิภาค เพื่อเป็นข้อเสนอในนามประเทศต่าง ๆ ในระดับภูมิภาค

ซึ่ง องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia Pacific Telecomminity : APT) ที่มีสมาชิก 38 ประเทศ จะเป็นเวทีกลางในส่วนของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เพื่อพิจารณาข้อเสนอของประเทศสมาชิก APT และพิจารณากำหนดท่าทีของภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

สำหรับ ขั้นตอนการเสนอข้อเสนอของ APT คือ ประเทศสมาชิกจะพิจารณาร่างข้อเสนอร่วม (Preliminary APT Common Proposal : PACP) ซึ่งเสนอโดยประเทศสมาชิก หรือ กลุ่มประเทศสมาชิก โดย APT จะมีหนังสือแจ้งเวียนให้ประเทศสมาชิกพิจารณายืนยันให้การสนับสนุน PACP ใด หากร่างข้อเสนอใดได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอย่างน้อย 1 ใน 4 ของจำนวนประเทศสมาชิก APT ทั้งหมด ร่างข้อเสนอนั้นก็จะเป็นข้อเสนอร่วม (APT Common Proposal : ACP) ก่อนนำเสนอในที่ประชุม WCIT-12 ในนามข้อเสนอของประเทศสมาชิกเอเชียและแปซิฟิกที่ได้ให้การรับรอง

ซึ่ง APT ได้จัดประชุมเตรียมการ WCIT-12 ไปแล้ว 4 ครั้ง มีข้อเสนอ ACP จำนวน 64 ข้อเสนอ โดยข้อเสนอส่วนใหญ่เป็นการแก้ไขถ้อยคำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และไม่ขัดแย้งกับที่กำหนดไว้ในธรรมนูญ และอนุสัญญาสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ข้อเสนอของกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก “ไม่ได้มีข้อเสนอใดเกี่ยวกับการเก็บค่าบริการอินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด” และท่าทีของประเทศไทยก็ไม่ได้ให้การสนับสนุนการเพิ่มคำว่า “ICT” เข้าไปใน ITRs เนื่องจากในธรรมนูญ และอนุสัญญาสหภาพฯ ไม่ได้มีการกำหนดคำนิยามของ ICT ทั้งนี้ APT กำหนดจะจัดการประชุมเตรียมการฯ ครั้งสุดท้าย ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน 2555

ส่วน ท่าทีของภูมิภาคอื่น (อเมริกา ยุโรปตะวันตก ยุโรปตะวันออก อาหรับ และแอฟริกา) ก็มีการพิจารณากำหนดท่าทีของแต่ละภูมิภาค ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับจะพบว่า สำหรับประเด็นเรื่องอินเทอร์เน็ต มีกลุ่มประเทศบางกลุ่ม (ซึ่งมีเป็นส่วนน้อย) ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้อินเทอร์เน็ต ต้องการกำหนดให้เรื่องนี้อยู่ใน ITRs

ทั้งนี้ ที่ประชุม WCIT-12 จะพิจารณาข้อเสนอของภูมิภาค และประเทศต่าง ๆ ซึ่งอาจมีการรวมข้อเสนอระหว่างภูมิภาค หรือ หากข้อเสนอใดไม่มีเสียงสนับสนุนเพียงพอ ก็จะตกไป เนื่องจาก ITRs เป็น International Treaty จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมอย่างเป็นเอกฉันท์ และเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกตั้งข้อสงวน

การประชุม WCIT-12 จะเป็นการประชุมที่ประเทศสมาชิก ITU (ปัจจุบันมี 193 ประเทศ) ที่ประสงค์จะส่งผู้แทนเข้าร่วมการประชุม จะต้องมีหนังสือตราสารแต่งตั้งผู้แทน เพื่อมอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าร่วมการประชุมฯ ให้ความเห็น ลงคะแนนเสียง และลงนามในกรรมสารสุดท้าย ซึ่งจะเป็นผลของการประชุม WCIT-12 โดย ตามอนุสัญญาสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศกำหนดให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามในตราสารแต่งตั้งผู้แทนที่จะเข้าร่วมการประชุม WCIT ได้แก่ ผู้นำประเทศ ผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่รับผิดชอบการประชุม WCIT ซึ่งในกรณีของประเทศไทย คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ส่วน ตามขั้นตอนของการมีผลบังคับใช้นั้น ประเทศสมาชิกใดต้องการเข้าเป็นภาคี ITRs ฉบับแก้ไขใหม่ (ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาจากที่ประชุม WCIT-12 เห็นชอบ) จะต้องให้สัตยาบันในภายหลัง โดยจะต้องมีจำนวนประเทศสมาชิกให้สัตยาบันไม่น้อยกว่าที่ ITU กำหนด จึงจะมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ ก่อนการให้สัตยาบัน แต่ละประเทศก็จะมีขั้นตอนการดำเนินการ โดยในส่วนของประเทศไทยก็จะต้องนำผลการประชุม WCIT-12 มาพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการเพื่ออนุวัติการโดยไม่ให้ขัดกับกฎหมายภายใน ก่อนเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป”

อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุม WCIT-12 ซึ่งเตรียมจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2555 นี้ ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นั้น สิ่งสำคัญ คือ ท่าทีของไทยต่อประเด็นสำคัญต่าง ๆ ควรเป็นไปอย่างรอบคอบ และรู้เท่าทันถึงผลดีผลเสียของข้อเสนอที่แก้ไขในสนธิสัญญาดังกล่าว รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดกับภาคโทรคมนาคม และไอซีทีของไทย เป็นสำคัญ!.

 
 ;D หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Logged
Pages: [1]   Go Up
 

Page created in 0.054 seconds with 26 queries.