หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Author Topic: นิทานสอนใจ : ของขวัญแด่ "พระราชา"  (Read 9503 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

นิทานสอนใจ : ของขวัญแด่ "พระราชา"

 นานมาแล้วมีพระราชาพระองค์หนึ่ง ในพระทัยของพระองค์เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และความเมตตา ประชาชนจึงเคารพเทิดทูนพระองค์มากถึงขนาดช่วยกันแต่งเพลงสรรเสริญพระเกียรติขึ้น และขับขานเพลงนี้แด่พระองค์ถึงสามเวลา คือ เช้า กลางวัน และเย็น

       เพลงสรรเสริญนี้ได้ยินไปถึงฤาษีที่บำเพ็ญตบะแก่กล้าอยู่ในป่าลึก ฤาษีสงสัยว่าพระราชาพระองค์นี้จะดีเลิศดั่งบทเพลงที่ตนได้ยินจริงหรือไม่ จึงเดินทางมาหาพระราชา และบอกว่าจะมอบของขวัญที่วิเศษที่สุดให้แก่พระองค์

       "เหตุใดท่านจึงลำบากนำของขวัญมามอบให้กับเราด้วยเล่า" พระราชาตรัสถามฤาษีด้วยความแปลกใจ ฤาษีตอบว่า

       "เพราะพระองค์คือราชาผู้เป็นที่รักของปวงชน หม่อมฉันจึงอยากตอบแทนพระองค์ที่ทำให้ประชาชนในแผ่นดินของพระองค์มีความสุข ซึ่งมิใช่ว่าพระราชาทุกพระองค์จะทำได้"

       กล่าวจบ ฤาษีก็ว่ามนต์คาถาแล้วเสกดาบล้อมพลอยเล่มหนึ่งออกมา

       "ด้วยดาบนี้" ฤาษีพูด "พระองค์จะมีพละกำลังมากมาย และสามารถเอาชนะคนทั้งโลกได้"

       พระราชาทรงมองดาบเล่มนั้นแค่วูบหนึ่ง แล้วตรัสแก่ฤาษีว่า "ขอบคุณท่านฤาษี แต่ดาบนี้คงไม่เป็นประโยชน์อันใดกับเราดอก เพราะเราไม่ปรารถนาที่จะทำสงครามแม้แต่น้อย"

       "แต่สงครามที่ชนะจะทำให้พระองค์ขยายอาณาเขตออกไปได้กว้างไกล และพระนามของพระองค์จะกระเดื่องเลื่องลือไปทั่วสารทิศ" ฤาษีกล่าวแนะ

       "แต่สงครามก็ทำให้เกิดความสูญเสียทุกหย่อมหญ้าเช่นกัน" พระราชาทรงแย้งและกล่าวต่อว่า

       "สงครามยังทำให้เด็กจำนวนมากต้องกำพร้า ทำให้ภรรยาผู้ซื่อสัตย์เป็นหม้าย ทำให้คนแก่เฒ่าขาดลูกหลานดูแลในบั้นปลาย เราไม่อยากให้ประชาชนของเราหลั่งน้ำตา และเป็นทุกข์เพราะสงคราม ดังนั้นเราจะไม่มีวันทำสงครามกับบ้านเมืองอื่นเพียงเพราะต้องการขยายอาณาเขตซึ่งเราเองก็มีพอแล้ว หรือให้ใคร ๆ มาพูดเยินยอเราด้วยเรื่องนี้ดอก"

       ฤาษีฟังแล้วรู้สึกชื่นชมพระราชามาก จึงกล่าวต่อไปว่า

       "พระองค์คือพระราชาผู้มีหัวใจประเสริฐโดยแท้ ถ้าอย่างนั้นหม่อมฉันจะขอมอบเพชรพลอยให้แก่พระองค์แทนก็แล้วกัน"

       โดยไม่ต้องคิด พระราชาทรงปฏิเสธอีกครั้ง "เรามีของพวกนั้นแล้วล่ะท่านฤาษี คงไม่ต้องการมันจากท่านอีกดอก"

       "แต่ที่พระองค์มีอยู่มันน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับพระราชาของบ้านเมืองอื่น ทรงรับเพชรพลอยของหม่อมฉันไปเถิด แล้วพระองค์จะเป็นพระราชาที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เมื่อพระองค์อยากจะได้อะไรก็ใช้เพชรพลอยเหล่านี้ซื้อหามาได้หมดแม้แต่ข้าทาสบริวาร" ฤาษีกล่าว แต่พระราชาตรัสว่า

       "เราอาจจะมีน้อยเมื่อเทียบกับคนอื่น แต่เรามีมากพอแล้วสำหรับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง สิ่งของ หรือแม้แต่ข้าทาสบริวารก็ตาม ดังนั้นท่านจงเก็บเพชรพลอยของท่านไปเถิด เพราะเราไม่อยากร่ำรวยหรืออยากมีอะไรเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีกแล้ว"


ฤาษีรู้สึกยินดีในคำตอบของพระราชามาก จึงเสนอของขวัญชิ้นใหม่แก่พระองค์ทันที

       "ถ้าอย่างนั้น หม่อมฉันจะท่องมนต์เพื่อเบิกทางนำพระองค์สู่สรวงสวรรค์ดีไหม พระองค์จะพบแต่ความสุขกายสบายใจเมื่อได้ไปอยู่ที่นั่น"

       แต่พระราชาเองก็ทรงปฏิเสธทันทีเช่นกัน "โอ..อย่าทำเช่นนั้นเลยท่านฤาษี เราไม่อยากไปสวรรค์หรอก เพราะทุกวันนี้เราก็ได้อยู่ในสวรรค์ที่มีความสุขมากแล้ว"

       ฤาษีไม่เข้าใจ พระราชาจึงทรงอธิบายว่า "เราเป็นพระราชา เมื่อเราปกครองบ้านเมืองให้ประชาชนของเรามีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ และอยู่กันอย่างมีความสุขแล้ว เมื่อนั้นตัวเราก็มีความสุขไม่ต่างจากการอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เลย เพราะฉะนั้นเราขออยู่ที่นี่กับประชาชนของเราเถิดนะท่านฤาษี"

       ฤาษีซาบซึ้งในคำตรัสของพระราชาจนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้

       "พระองค์คือพระราชาผู้ยิ่งใหญ่โดยแท้ หม่อมฉันปลื้มปีติแทนประชาชนของพระองค์จริง ๆ" ฤาษีกล่าวสรรเสริญพระราชาด้วยความจริงใจ

       "แม้พระองค์จะไม่รับของขวัญชิ้นใดจากหม่อมฉันเลย แต่หม่อมฉันก็จะมอบเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ชนิดหนึ่งให้เป็นของขวัญแด่พระองค์"

       "เมล็ดพันธุ์ดอกไม้อย่างนั้นหรือ" พระราชาทรงสนพระทัย ด้วยว่าพระองค์มีความรัก ความเมตตาอยู่ในพระทัย จึงทรงชื่นชอบดอกไม้เป็นพิเศษ

       "ใช่แล้ว เมล็ดพันธุ์นี้เป็นเมล็ดพันธุ์วิเศษ เมื่อพระองค์ทรงปลูก มันจะงอกขึ้นมาเป็นดอกไม้แห่งความรัก ความเมตตา ใครก็ตามหากได้ดมกลิ่นดอกไม้ชนิดนี้ จิตใจของเขาก็จะถูกขัดเกลาให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความเมตตา และมีชีวิตอย่างเป็นสุขตลอดไป"

       พระราชาทรงยินดีที่จะรับของขวัญชิ้นนี้ไว้ พระองค์ตรัสว่า

       "ไม่มีของขวัญอะไรจะวิเศษเท่าเมล็ดพันธุ์นี้อีกแล้ว เราจะนำเมล็ดพันธุ์ของท่านไปหว่านให้ทั่วเมือง เพื่อให้ประชาชนของเราได้สูดดมกลิ่นแห่งความรักความเมตตาทุกวัน พวกเขาจะได้รักกัน มีความเมตตามอบให้กันและพบกับความสุขตลอดไป"

       กล่าวจบพระราชาก็ขอบคุณฤาษีเป็นการใหญ่ ฤาษีให้พรแก่พระราชาและลากลับไปบำเพ็ญตบะในป่าใหญ่ดังเดิม

       บทสรุปของผู้แต่ง

       พระราชาที่เป็นพระราชาแท้จริงนั้นจะตระหนักถึงหน้าที่ที่แท้จริงของพระองค์อยู่ตลอดเวลา พระราชาที่แท้จริงจะทรงทราบว่าสวรรค์ให้พระองค์เกิดมาสูงส่งเพื่ออะไร..ไม่ใช่ทำตนให้มีอำนาจที่สุด ไม่ใช่เพื่อแสวงหาความมั่นคง และไม่ใช่เพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก แต่สวรรค์ให้พระองค์เป็นพระราชา เพื่อมอบความสุขให้แก่ประชาชนของพระองค์เอง

       เราอาจจะไม่ได้เกิดมาสูงส่งเป็นถึงพระราชา แต่เราก็สามารถตระหนักในหน้าที่ของเราได้ และหน้าที่ของเราจะนำมาซึ่งของขวัญชิ้นสำคัญในชีวิต ตั้งคำถามบ่อย ๆ ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เพื่อความยิ่งใหญ่เหนือคนอื่นโดยไม่รู้จักกับคนที่จริงใจกับเราสักคน เพื่อความร่ำรวยที่เมื่อตายไปเราก็ต้องทิ้งทั้งหมดไว้ข้างหลัง หรือมีชีวิตอย่างธรรมดา ๆ แต่เป็นเพื่อนสนิทกับความสุขไปตลอดทั้งชีวิต

       ลองเลือกของขวัญสักชิ้นให้กับชีวิตของตัวเองดูสิ ..

       /////////////////////

       ขอขอบคุณสำนักพิมพ์ฟรีมายด์ที่เอื้อเฟื้อนิทานสอนใจดี ๆ ในชุดหนังสือนิทานสีขาวของ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ


ขอบคุณภาพประกอบจาก http://www.series.in.th

ที่มา:http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000141346
« Last Edit: January 03, 2014, 11:48:24 PM by บ้านพักครู.คอม »
 

Page created in 0.111 seconds with 27 queries.