หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Pages: [1]   Go Down

Author Topic: :ถูกฟ้องคดีกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาทำอย่างไร:  (Read 4012 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

ถูกฟ้องคดีกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาทำอย่างไร

   ในแต่ละปี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้รวบรวมลูกหนี้ที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในแต่ละจังหวัด ที่ได้กู้ยืมเงินไปแล้ว เมื่อสำเร็จการศึกษาครบ ๒ ปี โดยไม่ได้ติดต่อขอชำระหนี้กับ กยศ. เป็นจำนวนหลายหมื่นราย ต่อปีที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลจังหวัด ศาลแขวงทั่วประเทศ  นับว่าเป็นตัวเลขผู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นจำเลยเป็นจำนวนไม่น้อย
                ศาลจังหวัด ศาลแขวง ทั่วประเทศได้จัดโครงการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องในคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษา  ในช่วงเดือนธันวาคม – มีนาคม  เพื่อให้นักศึกษาที่กู้ยืมเงินไปแล้ว ไม่ผ่อนชำระหนี้และเป็นหนี้ที่ขาดการติดต่อกับ กยศ.เป็นเวลานาน หากไม่มาไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องจะถูกฟ้องดำเนินคดีต่อไป ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันมิให้ถูกฟ้องดำเนินคดี จึงควรไปไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องตามวันและเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือที่แจ้งมาถึง ผู้กู้และผู้ค้ำประกัน หรือถ้าไม่ทราบและไม่ได้รับหนังสือก็สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ศาลจังหวัด (กรณีมียอดเงินกู้ค้างชำระ เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ) ศาลแขวง (กรณีมียอดค้างชำระไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท) โดยจะฟ้องที่ศาลที่ผู้กู้คือนักศึกษามีภูมิลำเนาอยู่   เพราะคดีเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเป็นคดีผู้บริโภค เมื่อจะฟ้องจำเลย คือผู้กู้ ถือว่าเป็นผู้บริโภค จะต้องฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยได้เพียงแห่งเดียว ตาม พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๑๗
                   ข้อแนะนำสำหรับจำเลยในคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
                   ๑.  ผู้กู้และผู้ค้ำประกันต้องมาศาลตามวันและเวลาที่ระบุในหมายเรียกทั้งสองคน หรือสามคนแล้วแต่กรณี จะมาศาลเพียงคนหนึ่งคนใดไม่ได้เพราะไม่อาจทำสัญญาประนีประนอมได้  หากคนใด เช่น ผู้กู้ หรือผู้ค้ำประกัน ติดภารกิจไม่อาจมาศาลได้ตามวันที่ระบุไว้ในหมายเรียก สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินคดีแทนได้
                   ๒.  สำรวจยอดหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องว่าฟ้องถูกต้องหรือไม่ ตรงตามกับที่เป็นหนี้หรือไม่  หากเป็นหนี้เพียง ๑๐,๐๐๐ บาท  แต่โจทก์ฟ้องมา ๓๐,๐๐๐ บาท  ก็ต้องนำหลักฐานการชำระหนี้ไปแสดงที่ศาลตามวันและเวลาที่ระบุในหมายเรียก
                   ๓.  เตรียมหลักฐานให้พร้อมในการมาศาล เช่น ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน โดยลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง หนังสือมอบอำนาจ (กรณีไม่มาด้วยตนเอง) ต้องกรอกข้อความให้เรียบร้อย
                   ๔.  ต้องมาศาลให้ตรงตามวันที่ระบุไว้ในหมายเรียก  เพราะหากขาดนัดไม่มาศาล  ศาลก็จะพิพากษาคดีไปฝ่ายเดียว  ตามยอดหนี้ที่โจทก์ฟ้อง  ซึ่งถ้าจำเลยเป็นหนี้ไม่ถึงตามที่ฟ้องก็จะเดือดร้อนต้องรับผิดในมูลหนี้เกิน ความเป็นจริง
                   สำหรับลูกหนี้  เมื่อมาศาลตามกำหนดนัดสามารถที่จะไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมยอมกับกองทุนฯ  โดยตกลงผ่อนชำระหนี้เป็นรายเดือน  ตามตารางการตกลงให้ผ่อนชำระกรณีทำสัญญาประนีประนอมยอมความ  เช่น มียอดหนี้ค้างชำระไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท สามารถผ่อนชำระหนี้ได้เพียงเดือนละ ๔๐๐ บาท  กรณีเงินต้นไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ผ่อนชำระเดือนละ ๖๐๐ บาท   เงินต้นไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ผ่อนเดือนละ ๑,๑๐๐ บาท
                   ประโยชน์ที่ลูกหนี้จะได้รับ  จาก การมาศาลเพื่อไกล่เกลี่ยคือ สามารถผ่อนชำระหนี้ได้เป็นรายเดือนไม่ถูกยึดทรัพย์บังคับคดี  ได้รับการลดหย่อนเรื่องค่าธรรมเนียมศาล ค่าทนายความ  เบี้ยปรับ  ทำให้จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก  นับว่าเป็นผลดีของการมาศาลเพื่อไกล่เกลี่ย
                   หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยคดีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ ศาลจังหวัด ศาลแขวง ทั่วประเทศ


******************************************************
Logged
Pages: [1]   Go Up
 

Page created in 0.486 seconds with 26 queries.