หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Author Topic: เตรียมรับมือ ค่าไฟ-สินค้า ส่อขึ้นราคารับปี 2557  (Read 810 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

หลังจากแหล่งข่าวในการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เผยข้อมูลไว้เมื่อธันวาคม 2556 ว่า อัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) ที่เรียกเก็บบิลค่าไฟจากประชาชนรอบใหม่ ระหว่างเดือนมกราคม-เมษายน2557 มีทิศทางปรับขึ้น 10 สตางค์ต่อหน่วย อันเนื่องจากราคาก๊าซธรรมชาติ ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันเล็กน้อย รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่า โดยงวดระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคม2556 คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) ให้กฟผ.แบกรับภาระต้นทุนไว้ 2.91 สตางค์ต่อหน่วย

นายดิเรก ลาวัลย์ศิริ ประธานเรกูเลเตอร์ กล่าวว่า 2 ปัจจัยหลักที่จะมีผลให้ค่าไฟฟ้าเปลี่ยนแปลง คือราคาก๊าซธรรมชาติ และค่าเงินบาท ซึ่งค่าเงินบาทที่อ่อนค่าทุก 1บาทต่อดอลลาร์สหรัฐอเมริกา มีผลกระทบต่อต้นทุนค่าเอฟที สูงถึง 6 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากค่าไฟฟ้าอาจจะแพงขึ้นแล้ว ราคาข้าวของอย่างอื่นก็มีแววเช่นกัน

นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศึกษาแนวทางการดูแลราคาสินค้าในปี 2557 หลังจากพ้นช่วงระยะเวลาขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าที่จะครบกำหนดช่วงสิ้นปี 2556ไปแล้ว โดยให้สำรวจภาวะต้นทุนราคาสินค้าที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 205 รายการ ว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ กรณีที่อาจจะมีผู้ผลิตสินค้าบางประเภทขอปรับขึ้นราคาสินค้า

ในปัจจุบันมีผู้ผลิตสินค้าบางประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส ซีอิ้ว ได้ทำหนังสือมาที่กรมการค้าภายในขอปรับขึ้นราคาขวดละ 50 สตางค์ - 1 บาท โดยระบุเหตุผลว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงโดยเฉพาะถั่วเหลือที่เป็นวัตถุดิบสำคัญ ขณะที่แชมพูสระผม ขอปรับลดราคาสินค้า เพราะการแข่งขันในช่วงปลายปี 2556 หลายรายใช้โปรโมชั่นในการดึงดูดลูกค้า ส่วนจะปรับลดราคาเท่าไหร่ผู้ประกอบการจะประกาศอีกรอบ

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการเตรียมปรับขึ้นราคาสินค้าในปี 2557 เฉลี่ย 5% เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตสินค้าจากค่าแรง, วัตถุดิบ, ค่าบริหารจัดการ, ก๊าซหุงต้ม และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากในปี 2555-2556 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้มากนัก เพราะเศรษฐกิจในประเทศอยู่ในภาวะซบเซาตามเศรษฐกิจโลก แต่ผู้ประกอบการมั่นใจว่า จะปรับขึ้นราคาได้ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2557และเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวทำให้ประชาชนกล้าใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำหรับสินค้าที่น่าห่วงมากขึ้นคงจะเป็นกลุ่มอาหาร เพราะการปรับแต่ละครั้งจะอยู่ที่ 5-15 บาท แต่หากไม่มีการปรับราคา ร้านค้าอาจจะใช้วิธีการลดปริมาณอาหารให้น้อยลง ซึ่งต่างจากสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปที่ปรับขึ้นครั้งละ 1-3 บาท

หากสินค้าต่างๆ พาเหรดกันปรับขึ้นราคา ผู้บริโภคอย่างเราๆ ควรปรับตัวหรือตั้งรับอย่างไร “เดลินิวส์ออนไลน์” สอบถามความเห็นไปยังคนทำงานด้านการเงิน น.ส.วาสนา ร่วมจิตร พนักงานบัญชีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง แนะนำว่า ทุกคนควรทำบันทึกรายรับ-รายจ่าย จะช่วยให้เห็นว่า เราควรใช้เงินเท่าใด ไม่ให้ติดลบ นอกจากนี้ เมื่อได้รับเงินเดือนมาแล้ว ควรแบ่งสรรไว้เลยว่า เงินกลุ่มนี้จะใช้สำหรับสิ่งใด แต่ที่สำคัญทุกเดือนควรออมเงินอย่างน้อย 10% และนำเงินออมไปเข้าบัญชีแบบฝากประจำ ขณะที่การซื้อสลากออมสินก็เป็นการออมอีกทางที่ยังได้ลุ้นโชคเหมาะกับการออมเงินของผู้ที่ชอบเสี่ยงดวงไปด้วย

ไม่ว่าราคาสินค้าจะปรับขึ้นหรือไม่ การออมเงินเป็นนิสัยจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถรับมือกับสถานการณ์ข้าวของแพงได้โดยไม่ต้องเครียด.

 :grin: ทีมเดลินิวส์ออนไลน์
 

Page created in 0.083 seconds with 28 queries.