หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Author Topic: คลังเร่งทุกหน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ เบิกจ่ายงบ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ 2.399  (Read 895 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

คลังเร่งทุกหน่วยงานราชการ-รัฐวิสาหกิจ เบิกจ่ายงบ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ 2.399 ล้านล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน CIMBT เตือนปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง ยังเป็นตัวถ่วงสำคัญที่ทำให้การบริโภค การลงทุนชะลอตัว แต่ยังหวังส่งออกจะเข้ามาเป็นตัวช่วยให้เศรษฐกิจปี’57 ขับเคลื่อน

นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับหัวหน้าหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจและผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อวางแนวทางเร่งรัดการดำเนินการและการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ซึ่งเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อให้ขยายตัวตามเป้าหมายที่วางไว้ในปี 2557 ด้วยการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายไว้สูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยกำหนดการเบิกจ่ายรายจ่ายประจำปีงบ 2557 ไว้ที่ 95% และรายจ่ายลงทุน 82% คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบสูงถึง 2.399 ล้านล้านบาท จึงได้หารือกับหน่วยงานดังกล่าวให้รีบดำเนินการเบิกจ่ายให้ได้ในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2557

กระทรวงการคลังได้มีนโยบายการคลังแบบขาดสมดุลเพื่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2557 ได้กำหนดการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 2.5 แสนล้านบาท และกำหนดกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2557 ไว้ที่ 2.525 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% ต่อปี แบ่งเป็น รายจ่ายประจำ 2.01 ล้านล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 4.41 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งในปี 2557 ได้กำหนดวงเงินเบิกจ่ายลงทุนไว้สูงถึง 5.67 แสนล้านบาท โดยกำหนดเป้าให้มีการเบิกจ่าย 95% ของวงเงินลงทุนที่ได้รับอนุมัติให้เบิกจ่าย

นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนให้เกิดการจัดทำแผนการลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาวในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมภายใต้พ.ร.บ.วงเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ด้านการปรับเปลี่ยนไปสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น การลงทุนรถไฟทางคู่ หรือสถานีขนส่งสินค้า วงเงิน 3.57 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านและการเชื่อมต่อภายในประเทศ เช่น การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และด่านการค้าชายแดนวงเงิน 1.04 ล้านล้านบาท และยุทธศาตร์ด้านการยกระดับความคล่องตัว เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ วงเงิน 5.78 แสนล้านบาท

“ขอยืนยันว่า พ.ร.บ.ดังกล่าว ได้ผ่านวาระ 3 เรียบร้อยแล้วและอยู่ขั้นตอนการทูลเกล้าฯ ทั้งนี้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากผ่านก็จะเดินหน้าต่อ แต่ก็คงเป็นอำนาจของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะพิจารณานำขึ้นทูลเกล้าฯหรือไม่ เพื่อจะได้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป แต่หากไม่นำทูลเกล้าฯพ.ร.บ.ดังกล่าวก็จะตกไปในที่สุด” นายสมชัย กล่าว

ด้านนายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สายบริหารความเสี่ยงสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ CIMBT คาดการณ์เศรษฐกิจปี 2557 ว่าคงไม่มีการเติบโตแรงเหมือนช่วงก่อนหน้านักเพราะมีปัญหาทางการเมืองเข้ามาสมทบอีกทั้งปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศที่สำคัญอย่างปัญหาหนี้ครัวเรือนยังสูง เราควรจะให้น้ำหนักในจุดนี้มากกว่า เพราะส่งผลกระทบไปยังหลายส่วนทำให้การบริโภคลดลง ซึ่งจะผลต่อเนื่องไปยังภาคการลงทุนทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

“ตัวเลขของหนี้ครัวเรือนในไตรมาสสามคาดว่าจะเกิน 80% สัดส่วนหนี้สินส่วนใหญ่ 50% เป็นหนี้บ้าน ตามด้วยหนี้รถและหนี้ส่วนบุคคลโดยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท ซึ่งธนาคารเริ่มชะลอการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มดังกล่าวแล้ว”

ด้านอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2.25% ยังมีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยลงได้อีก หลายฝ่ายกังวลว่าจะไปกระตุ้นหนี้ครัวเรือนให้พุ่งตัวสูงขึ้น แต่มองทางกลับกันหนี้ครัวเรือนสัมพันธ์กับแนวโน้มเศรษฐกิจมากกว่าแนวโน้มดอกเบี้ย เศรษฐกิจที่โตช้า ถึงแม้จะลดดอกเบี้ยลง แต่จำนวนผู้ที่จะไปกู้เพิ่มคงไม่มากนัก เพราะหนี้ที่มีก็สูงอยู่แล้ว

“ส่วนปัญหาการเมืองที่ยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงยิ่งทำให้เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ 2 ล้านล้านบาท ดำเนินการได้ช้าลง การบริโภคของภาครัฐไม่สามารถเป็นตัวเร่งเศรษฐกิจให้เติบโตได้อีกต่อไป”

ดังนั้นในปี 2557 จะต้องหวังพึ่งพาการส่งออกที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การอ่อนค่าของเงินบาทในขณะนี้อาจเป็นอีกแรงผลักดันหนึ่งให้ส่งออกมีทิศทางที่สดใส แต่ทิศทางค่าบาทค่อนข้างน่ากลัว ปี 2557 จะเห็นเงินที่ไหลออกค่อนข้างแรง แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าภาคการส่งออกอาจเติบโตไม่ถึงกับเลขสองหลัก แต่คาดว่าอาจต่ำกว่า 7% เล็กน้อย สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการส่งออกสินค้าที่คุณภาพต่ำ ความสามารถในการแข่งขันน้อย ซึ่งต้องระมัดระวัง

ความเสี่ยงในปีหน้ายังคงต้องติดตามผลกระทบจากการลดการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ (QE tapering) ของสหรัฐอเมริกาที่จะทำให้เงินทุนไหลออกมา อาจมีการลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในบางจุดทำให้เกิดฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
 :grin: http://www.naewna.com/business/83873
 

Page created in 0.116 seconds with 27 queries.