หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน

Author Topic: ฉายาคนกีฬาปี56"ใครเป็นใคร"  (Read 811 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

บ้านพักครู.คอม

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Offline Offline
  • Posts: 1,748
  • Admin
    • บ้านพักครู.com เว็บเพื่อการศึกษา เผยแพร่ สื่อ นวัตกรรม การศึกษา
    • Email

 สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ตั้งฉายาคนวงการกีฬาประจำปี 2556 มาอีกแล้ว จากที่เคยปฏิบัติมาทุกๆ ปี ปีนี้ก็ยังคงตั้งได้แสบๆ คันๆ หยอกล้อกันเล่นตามความเป็นจริง ตามเหตุการณ์และบุคลิกของบรรดาคนกีฬาทั้งหลายที่ติดชาร์ตในแต่ละปี
    สำหรับปี 2556 ที่ผ่านไปเมื่อวานนี้ บรรดาบิ๊กวงการกีฬาและนักกีฬาที่ติดชาร์ตก็อย่างท่าน “บิ๊กเติ้ง" บรรหาร ศิลปอาชา บิ๊กกีฬาตัวจริง ได้ฉายา “เดอะวอยซ์” ตัวจริง..สั่งจริง ขณะที่  “บิ๊กหนุ่ม" กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าฯ กกท. รับฉายา “เอฟวัน...ฝันสลาย” ไป, ฝั่งคุณหญิงปัทมา ฉายา “พีอาร์หน้า LINE”, ทีมลูกหนังไทยทั้ง 4 ชุด ได้รับฉายา “แข้งจตุรเทพ” เป็นต้น ส่วนใครจะมีฉายาอะไร ตามเรามาเลยครับ
    "เดอะวอยซ์" ตัวจริง...สั่งจริง ฉายานี้เสียงส่วนใหญ่ยกให้ “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แบบไม่ค้าน เพราะถึงแม้ว่านายบรรหารจะไม่ใช่ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า “บิ๊กเติ้ง” คือผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สั่งการได้ในทุกๆ เรื่อง และมีส่วนในการตัดสินใจนโยบายต่างๆ อยู่ตลอด จึงเป็นที่มาของฉายานี้
    "เอฟวัน...ฝันสลาย" คุยกับ “บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยตรงเลย  เป็นเพราะอภิมหาโครงการที่นายกนกพันธุ์พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในเมืองไทย คือการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 ชิงแชมป์โลก ที่เรียกกันว่า “ฟอร์มูล่าวัน” หรือ “เอฟวัน” โดยเส้นทางที่วางเอาไว้คือบริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ แต่สุดท้ายก็ถูกกระแสต่อต้านจากสังคม จนโครงการดังกล่าวต้องพับฐานไป
    "เสือตกห้วย" ฉายานี้ก็ต้องยกให้ “อาจารย์หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน รองอธิบดีกรมพลศึกษา เพราะในการเปิดรับผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่ง "อ.หรั่ง"  ก็ลงสมัครด้วย เปรียบเหมือนเป็นเสือข้ามห้วย จากกรมพลศึกษา ไปชิงเก้าอี้ผู้ว่าการ กกท. แข่งกับ "รองมนตรี" นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการ กกท. โดย “อ.หรั่ง” ถือเป็นตัวเต็งในการได้ตำแหน่ง เพราะมี “แบ็กอัพ” ดีมาก แต่สุดท้ายก็ต้องกลายเป็นเสือตกห้วย เพราะคุณสมบัติไม่ผ่านเรื่องการดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมพลศึกษายังไม่ถึง 1 ปี
    "ฟีฟ่า...ท่าไม้ตาย" เหมาะกับ “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นที่สุด เพราะในการลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ครั้งล่าสุด “บังยี” ในฐานะแชมป์เก่า ได้ยึดกฎระเบียบและธรรมนูญใหม่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ที่กำหนดให้เป็นสากลรูปแบบเหมือนๆ กันทั่วโลก ไม่เช่นนั้นแล้วสมาคมฟุตบอลฯ อาจถูกลงโทษแบนห้ามร่วมสังฆกรรมกับ “ฟีฟ่า” ก็เป็นได้ ขณะที่ผู้ท้าชิงอย่าง “บิ๊กกร๊อง” นายวิรัช ชาญพานิชย์ จะยึดเอาธรรมนูญการเลือกตั้งแบบเก่าของสมาคมฟุตบอลฯ ที่สโมสรถ้วยเล็กๆ แทบจะไม่มีกิจกรรมอะไรเลยในแต่ละปี แต่มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเท่ากับสโมสรใหญ่ๆ ที่ลงทุนทำทีมเป็นสิบๆ  ล้าน หรือร้อยล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีปัญหาขัดแย้งมาตลอดถึงขนาดมีการยื่นฟ้องศาล แต่ “บังยี” ก็ยืนยันยึดตามกฎและธรรมนูญของ “ฟีฟ่า” ซึ่งเป็นองค์กรหลักของฟุตบอลอย่างเหนียวแน่น ถือเป็น “ไม้ตาย” และสุดท้าย “บังยี” ก็ฝ่าฟันอุปสรรคได้รับชัยชนะอย่างขาดลอย ทำหน้าที่นายกสมาคมฟุตบอลฯ อีกสมัย
    "พวกมาก...ลากไม่ไป" ยกให้เขาคนนี้ “บิ๊กกร๊อง” นายวิรัช ชาญพานิชย์ สืบเนื่องจากการที่ “บิ๊กกร๊อง” ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ กับ “บังยี” ถึง 2 สมัย โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชลบุรี และกลุ่มของ นายเนวิน ชิดชอบ ซึ่งดูแล้วเหมือนมีพวกพ้องมากมายที่พยายามผลักดันให้ “บิ๊กกร๊อง” แย่งชิงเก้าอี้ให้ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ครั้ง จึงเข้าทำนอง “พวกมาก...ลากไม่ไป”
    "ฮึด...เมตรสุดท้าย" เป็นของลมกรดจอมฮึด “เอ” วาสนา วินาโท นักกรีฑาทีมชาติไทย ที่คว้าเหรียญทองวิ่งข้ามรั้ว 400 เมตรหญิง ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ได้อย่างประทับใจคนไทยทั้งประเทศ ด้วยหัวใจนักสู้ที่แกร่งกว่าเพชร จากการที่ “เอ” วิ่งตาม ธิ แลน ค็อก นักวิ่งสาวเวียดนามมาตลอดก่อนตั้งแต่ต้น ก่อนจะฮึดเฮือกสุดท้ายพุ่งทิ้งตัวแซงเข้าเส้นชัยในช่วง 1 เมตรสุดท้าย และหลังการแข่งขัน วาสนาถึงกับนอนแผ่กับลู่วิ่งพักใหญ่ จนถูกหามออกจากสนามเพื่อปฐมพยาบาลนานกว่า 30 นาที
    "นางพญากาวใจ" ยกให้ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เพราะว่าก่อนหน้านี้สมาคมแบดมินตันฯ ได้แบ่งแยกแตกคอกันเป็นก๊กเป็นเหล่า มีปัญหาในการบริหารงานกันมากมาย แต่ภายหลังจากคุณหญิงปัทมาได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมแบดมินตันฯ ก็บริหารงานได้ดี นักกีฬาทำผลงานได้อย่างดีเลิศ อีกทั้งยังมีการสื่อสารที่ดีกับสื่อมวลชนผ่านโซเชียลมีเดียมากมาย แต่นอกเหนือจากงานบริหารที่ดีแล้ว คุณหญิงปัทมายังเป็นกาวใจให้กลุ่มก๊กต่างๆ ในสมาคมหันหน้าเข้าหากัน ไม่ปัดแข้งปัดขากัน ไม่เป็นอุปสรรคของการบริหารงานอีกต่อไป
    "ขนไก่ไทยไฟต์" ฉายานี้เหมาะสมกับ “อาร์ต” บดินทร์ อิสสระ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยเป็นที่สุด จากการที่  "อาร์ต" บดินทร์ ก่อเรื่องอื้อฉาวไล่ชกอดีตคู่หู “เอ” มณีพงศ์ จงจิตร ระหว่างการแข่งขันแบดมินตันแคนาดา โอเพ่น ประเภทชายคู่เมื่อเดือน ก.ค.56 จนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงปี ทั้งคู่เคยทำผลงานร่วมกันด้วยการทะลุถึงรอบรองชนะเลิศกีฬาโอลิปิกเกมส์ 2012 มาแล้ว การที่นักกีฬาไทยมาไล่ชกกันกลางสนามแบดมินตันในต่างแดนจึงเป็นที่มาของ “ขนไก่ไทยไฟต์”
    "แชมป์แล้วช็อต" ฉายานี้ “เมย์” รัชนก อินทนนท์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยได้ไปเต็มๆ เพราะช่วงต้นปีที่ผ่านมา “น้องเมย์” สร้างผลงานได้อย่างสวยหรู จากการได้รองแชมป์ออลอิงแลนด์ ได้รองแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น ได้แชมป์อินเดีย โอเพ่น ได้แชมป์เอสซีจี ไทยแลนด์ โอเพ่น และได้แชมป์โลกมาครองอย่างสง่างาม แต่หลังจากนั้น “น้องเมย์” ก็เริ่มฟอร์มรูดลงมา ทั้งปัญหาจากอาการบาดเจ็บ และการฝึกซ้อมที่ไม่เพียงพอ ผลงานจึงช็อตไปดื้อๆ
    "แข้งจตุรเทพ" จะเป็นใครไม่ได้ ต้องเป็นทีมฟุตบอลชาย-หญิง และทีมฟุตซอลชาย-หญิงชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 เพราะจากผลงานของทีมฟุตบอลและฟุตซอลทั้งชายและหญิงในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมาร์ คว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จครบทั้ง 4 เหรียญ ผลงานยอดเยี่ยม เรียกศรัทธาคืนมาจากแฟนบอลได้อีกครั้ง โดยฟุตบอลชายที่มี “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกุนซือ กลับมาทวงแชมป์คืนอีกครั้งหลังจากพลาดไป 2 สมัย เช่นเดียวกับฟุตบอลหญิง ที่มี “โค้ชจุ่น” จตุพร ประมลบาล เป็นกุนซือ และ “คุณแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ เป็น ผจก. ก็ทวงเหรียญทองคืนอีกครั้ง รวมทั้งฟุตซอลชาย ที่มี วิกเตอร์ เฮอร์มันน์ คุมทัพ และฟุตซอลหญิงที่มี “โค้ชเอ๋” พัทยา เปี่ยมคุ้ม เป็นกุนซือ ทั้ง 4 ทีมต่างผลงานยอดเยี่ยมและสร้างความสุขให้คนไทยได้อย่างมากจนได้รับฉายา “แข้งจตุรเทพ”
    "ตบทะลุใจ" เป็นเขาแน่นอน ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้รับฉายาว่า หลังจากช่วงปีที่ผ่านมานักกีฬาวอลเลย์บอลสาวไทยสร้างความสุขให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก ด้วยการคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2013 ที่ จ.นครราชสีมา ด้วยการล้มทีมชั้นนำของเอเชียอย่างจีนและญี่ปุ่น ด้วยฟอร์มการเล่นที่ดุดัน เร้าใจ สู้สุดชีวิต เอาชนะใจผู้ชมทั้งในสนามและที่เชียร์อยู่หน้าจอโทรทัศน์ จนครองใจคนไทยทั้งประเทศ
    "ผงาดฟ้าคว้าทอง" ฉายานี้ต้องยกให้ทัพนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่ประเทศเมียนมาร์ทั้งชุด ซึ่งก่อนหน้าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์หนนี้ ทัพนักกีฬาไทยถูกมองว่าไม่สามารถยึดตำแหน่งเจ้าเหรียญทองได้แน่ จากการประเมินผลงานของฝ่ายการกีฬาแห่งประเทศไทย กับฝ่ายคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย แต่ทว่าทัพนักกีฬาไทยกับรวมพลัง รวมใจกันทำผลงานได้สุดยอดคว้ามาได้ 107 เหรียญทอง, 94 เหรียญเงิน, 81 เหรียญทองแดง ผงาดเป็น “เจ้าเหรียญทอง” สำเร็จ.
 :grin: http://www.thaipost.net/news/010114/84079
 

Page created in 0.272 seconds with 27 queries.