หน้าบ้านพักครู

Please login or register.

Login with username, password and session length
Advanced search  

News:

ขอบคุณที่แวะเยี่ยมเยือน เชิญโหลดและ เผยแพร่สื่อการเรียนการสอน


Post reply

Name:
Email:
Subject:
Message icon:

Verification:
Type the letters shown in the picture
Listen to the letters / Request another image

Type the letters shown in the picture:
ธงชาติไทย มีกี่สี? (ตอบเป็นตัวเลขอารบิก):
"หนึ่งปี"มีกี่เดือน? (ตอบเป็นตัวเลขอารบิก):

shortcuts: hit alt+s to submit/post or alt+p to preview


Topic Summary

Posted by: photon13
« on: April 23, 2013, 10:54:09 AM »

                                  บทคัดย่อ

ชื่อเรื่อง    :  รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์   สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง
ชื่อผู้วิจัย  :  นางราตรี  ปรีชา  ตำแหน่งรองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ  โรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์  สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง  อำเภอเมือง  จังหวัดพัทลุง
ปีที่วิจัย   :  ปีการศึกษา 2554

       การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1)เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาล บ้านคูหาสวรรค์ สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง 2)เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์  สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง 3)เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์  สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง และนำมาใช้เป็นคู่มือในการประเมินและปรับปรุงการบริหารงานใน 4 ด้านคือ ด้านการบริหารงานวิชาการ           ด้านบริหารงานงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้ปฏิบัติการสอน ผู้ปกครองนักเรียน ผู้นำชุมชน และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่  1)แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า(Rating Scale)ชนิด 5 ระดับ จำนวน 40 ข้อ  ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนก อยู่ระหว่าง .37 - .87 และค่าเชื่อมั่นแบบสอบถามทั้งฉบับเท่ากับ .97 และแบบบันทึกการสนทนากลุ่ม จำนวน 1 ฉบับ สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบความแปรปรวนทางเดียว(One –Way ANOVA) และเมื่อพบความแตกต่างจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่  โดยใช้วิธีเซฟเฟ่ (Scheffe’s Method)
ผลการวิจัยพบว่า
           1.  การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์  สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง  โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณารายด้าน โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้แก่  ด้านการบริหารงานทั่วไปด้านการบริหารงานวิชาการ          ด้านการบริหารงานบุคคล  และด้านการบริหารงานงบประมาณ  ตามลำดับ 
           2. ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์  สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง จำแนกตามสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถามที่มีสถานภาพต่างกันโดยรวมและรายด้าน  แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
           3.  แนวทางในการพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนเทศบาลบ้านคูหาสวรรค์ สังกัดเทศบาลเมืองพัทลุง จากข้อมูลการสนทนากลุ่ม(Focus Group)โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ 1)ด้านการบริหารงานวิชาการ ควรสร้างความตระหนักให้ชุมชนเห็นความสำคัญของการศึกษาและเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการร่วมกับสถานศึกษา ตั้งแต่การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา  การนำแหล่งเรียนรู้หรือเครื่องมือเครื่องใช้ที่มีคุณค่า นำมาใช้ในกระบวนการเรียนรู้  เพื่อให้เกิดประโยชน์กับการเรียนการสอนให้มากที่สุด นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และร่วมวางแผนงานวิชาการให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน  ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้เสนอแนวทางในการพัฒนาให้สถานศึกษา เปิดทำการสอนให้ครบทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1  ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ปกครองในการดูแลบุตรหลานวัยเรียนมากกว่าหนึ่งคน สร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง  สนองความต้องการของผู้เรียนได้อย่างหลากหลายเกิดประสบการณ์ตรง     ในการให้การศึกษา น่าจะเป็นผลดีต่อการติดตาม ดูแล การวัดและประเมินผลของสถานศึกษา  2) ด้านการบริหารงานงบประมาณ  การบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษานั้น มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชนเป็นผู้คอยดูแลและตรวจสอบอยู่แล้วส่วนหนึ่ง แต่ก็มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม คือ ควรให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความเห็นชอบกับการจัดตั้งงบประมาณในแผนปฏิบัติการประจำปี ตรวจสอบหลักฐานทางการเงินและบัญชี มีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุครุภัณฑ์ของสถานศึกษา เพื่อความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาอย่างคุ้มค่าและคุ้มทุน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 3) ด้านการบริหารงานบุคคล  ควรพิจารณาคัดเลือกบุคลากรเพื่อปฏิบัติงาน ในสถานศึกษาที่มีจิตศรัทธาในความเป็นครู รักในการเรียนการสอน น่าจะเป็นปราชญ์ท้องถิ่น ศิษย์เก่าหรือผู้นำชุมชนที่เป็นแบบอย่างที่ดีมาให้ประสบการณ์แก่นักเรียน นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนำไปประกอบอาชีพในชุมชนได้อีกทั้งการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาคัดเลือกบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานในสถานศึกษาและการร่วมเป็นคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษาด้วย และ 4) ด้านการบริหารงานทั่วไป  ควรเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานทั่วไปให้มากขึ้น โดยเฉพาะการให้ชุมชนร่วมพิจารณาและเสนอแนะโครงการต่าง ๆ ที่จะสามารถพัฒนาการจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การกำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี การมีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานประจำปี  เพื่อเผยแพร่แก่ชุมชน ร่วมกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความต้องการของชุมชน ปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาให้มีความเหมาะสม สะอาด  สะดวกและปลอดภัย และพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่องทุกช่วงชั้น รวมถึงเสนอแนะให้เปิดทำการสอนทุกระดับชั้น  เพื่อให้สะดวกในการส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนมากยิ่งขึ้น

Page created in 0.259 seconds with 21 queries.